วีดีทัศน์แนะนำศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดขอนแก่น

ข่าว ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดขอนแก่น

รายชื่อนักศึกษาผู้ผ่านการทดสอบข้อเขียนโครงการพัฒนานักศึกษาสู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559

โครงการพัฒนาบุคลิกภาพสู่งานอาชีพ

ดูภาพเพิ่มเติม

โครงการพัฒนาบุคลิกภาพสู่งานอาชีพ
การจัดโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์
1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับบุคลิกภาพอย่างถูกต้อง 
2. เพื่อให้นักศึกษาปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพให้เหมาะสม
3. เพื่อให้นักศึกษามีความเชื่อมั่นต่อการนำหลักปฏิบัติเกี่ยวกับบุคลิกภาพไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้อย่างเหมาะสม
โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนักศึกษา กศ.พ. ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดขอนแก่น ที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน
การจัดโครงการครั้งนี้ ได้รับการการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีความรู้ ความสามารถ คือ อาจารย์มะลิดา ปทุมธนทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ สถาบันวาทศิลป์ จังหวัดขอนแก่น พิธีกร / วิทยากร / นักจัดรายการวิทยุ / ที่ปรึกษาและวางแผนงานด้านการประชาสัมพันธ์ เจ้าของและผู้บริหาร สถานีวิทยุ T-Smile Radio F.M. 106 MHz. เป็นต้น

กำหนดการ
โครงการพัฒนาบุคลิกภาพสู่งานอาชีพ 
ณ อาคารCL01 ห้อง CL 203 มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์การศึกษาจังหวัดขอนแก่
วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
08.30 น. - 09.00 น. ลงทะเบียน ณ อาคารCL01 ห้อง CL 203
พิธีเปิด โดย รองศาสตราจารย์กฤษณา มาร์เชิร์ท
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดขอนแก่น
09.00 น. – 10.30 น. บรรยาย ความรู้ทางด้านทักษะและบุคลิกภาพของการเป็นผู้นำ
สรุปเนื้อหา ซักถาม และตอบปัญหา 
วิทยากร : คุณมะลิดา ปทุมธนทรัพย์
10.30 น. - 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม
10.45 น. - 12.00 น. บรรยาย การเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำ
สรุปเนื้อหา ซักถาม และตอบปัญหา 
วิทยากร : คุณมะลิดา ปทุมธนทรัพย์
12.00 น. – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. – 14.30 น. บรรยายการพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อการปฏิบัติงานในองค์กรและการสื่อสารในองค์กร
วิทยากรวิทยากร : คุณมะลิดา ปทุมธนทรัพย์
ผู้อำนวยการ สถาบันวาทศิลป์ จังหวัดขอนแก่น
14.30 น. - 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม
14.45 น. - 16.10 น. บรรยาย การเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติเกี่ยวกับบุคลิกภาพไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน 
สรุปเนื้อหา ซักถาม และตอบปัญหา 
วิทยากร : คุณมะลิดา ปทุมธนทรัพย์
16.10- 16.30 น. สรุปเนื้อหา ซักถาม และตอบปัญหา 
ปิดการอบรม

หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

บุคลิกภาพเป็นเรื่องของภาพรวมที่ตัวเราแสดงออกไป ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว โดยมีคนอื่นมองอยู่หรือรู้สึกกับสิ่งที่เราแสดงออก ดังนั้น จึงต้องมีการระมัดระวัง และตกแต่งเสริมเติมให้บุคลิกภาพของเรายิ่งน่ามอง และเป็นที่ประทับใจของคนรอบตัว

1. การมอง
สายตาสามารถบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความรัก ความเกลียดชัง ความเมตตาปรานี ความโกรธแค้น ความเคารพนับถือ หรือความเหยียดหยาม ดูหมิ่นดูแคลนได้ ดังนั้นต้องพยายามใช้สายตาด้วยความสุภาพเรียบร้อย ระวังในการใช้สายตาอย่าให้คนอื่นเกิดความเข้าใจผิดหรือรู้สึกติดลบได้
2. การแต่งกาย
การแต่งกายบ่งบอกความพิถีพิถันและเอาใจใส่ตัวเอง ช่วยทำให้คนคนหนึ่งดูดีหรือดูแย่ได้ ทุกครั้งที่เลือกเครื่องแต่งกายหรือกำลังจะแต่งกาย ให้ต้องคำนึงถึงความสะอาดเรียบร้อย ถูกต้องและเหมาะสมกับกาลเทศะ แต่งกายให้พอดี อย่าให้มากเกินไปหรือน้อยเกินไปจนกลายเป็นน่าเกลียด
3. การพูด
ต้องมีศิลปะในการพูด พูดให้ชนะใจผู้ฟัง โดยจะต้องใช้คำพูดที่มีเหตุผล สุภาพ ไพเราะ มีน้ำเสียงชวนฟัง เสียงดังฟังชัด ฉะฉาน และใช้คำพูดที่เหมาะสมกับผู้ฟัง โดยคำนึงถึงวัย เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และความสนใจพิเศษของผู้ฟัง ทั้งยังต้องคำนึงถึงสถานที่ เวลา และโอกาสด้วย

4. การยืน/นั่ง/เดิน
ยืน เดิน นั่ง ต้องตัวตรง อกผายไหล่ผึ่งเพื่อให้ดูสง่า แต่คงไม่ถึงกับแกร่งแข็งเป็นท่อนไม้ เดินให้มีท่าทางสง่าและเรียบร้อย เวลาเดินให้ก้าวเท้ายาวพอประมาณ และสอดคล้องกับเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่สวมใส่ ดูคล่องแคล่วและปลอดภัย ไม่ให้เกิดเสียงดังจนเกินไป การนั่งต้องตังตรงและวางขาวางมือเท้าให้เหมาะสม
5. การแสดงท่าทาง
ท่าทางการแสดงออก เป็นการสร้างเสริมเสน่ห์ และ แรงจูงใจได้เป็นอย่างดี แต่ต้องมีความสอดคล้องกับเนื้อหาการพูด ต้องพอเหมาะ ไม่มากเกินไปจนน่าเกลียด หรือแสดงท่าที่ไม่สุภาพ ดูผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ สง่า ควรระวังท่าทางที่ไม่สวยงาม ท่าทางที่ดีจะต้องมาจากพื้นฐานของความสงบ สำรวม ให้เกียรติทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น 
6. ทักษะในการทำงาน
ในการทำงานใดๆ ก็ตามจะต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ต้องทำด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ด้วยความชำนาญ และให้ได้ผลงานดีเด่น ทำด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่าให้น้อยไปกว่าความสามารถที่เรามีหรือทำได้ ความน่าชื่นใจของผู้ร่วมงานหรือหัวหน้างานทุกคนก็คือ การมีเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องที่ทำงาน "เต็มความสามารถ" อยู่ตลอดเวลา นั่นคือบุคลิกแห่งความสำเร็
7. สุขภาพ
ควรดูแลสุขภาพให้ดี ระวังรักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ ผู้ที่ป่วยออดๆ แอดๆ จะดูเป็นคนขี้โรค ซึ่งน่าเป็นห่วงมากกว่าน่าชื่นชม ดูอ่อนแอ ไม่คล่องแคล่ว หม่นหมอง ทำให้ขาดสง่าราศี การดูแลสุขภาพให้ดีคือต้นทุนของการพัฒนาบุคลิกภาพที่สำคัญที่สุด
สุขภาพนั้น ยังหมายรวมถึงรูปร่างและทรวดทรงด้วย อยากแต่งกายได้สวย หล่อ มีสง่า สะดุดตา ก็ต้องมีรูปร่างที่ดีเป็นพื้นฐานอยู่ก่อน เสื้อผ้าที่มีรสนิยม เข้ากับสีผิว กาลเทศะ และฐานภาพของผู้สวมใส่ จะยิ่งขับเน้นให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นบุคลิกภาพที่ดีสร้างเสริมกันได้ ไม่มีใครดูดีมาแต่อ้อนแต่ออก มาพัฒนากันทีละเล็กทีละน้อยในภายหลังทั้งนั้น แต่ต้องทำอย่างเป็นธรรมชาติ และนี่คือ ความดูดีที่แท้จริงการเสริมสร้างบุคลิกภาพสามารถพัฒนาได้ ตั้งแต่เคลื่อนไหว การทรงตัว การพูด ความสะอาดหมดจดความนึกคิดที่ดี ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ดังนี้

การเสริมสร้างบุคลิกภาพ

การนั่ง ควรนั่งไหล่ตรง หลังตรง วางมือในที่อันควร
การยืน ควรยืนตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ขาตรง เท้าชิด หรือเบี่ยงเล็กน้อย
การเดินและการเคลื่อนไหว ควรเดินตัวตรง ศีรษะตั้งตรง แกว่งแขนเล็กน้อย
การหยิบของที่พื้น ควรย่อตัวลงหยิบ ไม่ใช่ก้มตัวลงหยิบ
การพูด ควรพูดด้วยจังหวะที่ดี ใช้น้ำเสียงที่จริงใจ ให้ความรู้สึกเป็นมิตร
การแสดงสีหน้า ควรแสดงสีหน้าปกติ ไม่แสดงความยินดี โกรธ หรือเย็นชาจนเกินไป
การคิด ควรคิดแต่สิ่งที่ดี ไม่หมกมุ่นอยู่กับความทุกข์
การรักษาสุขภาพและความสะอาด ควรรักษาน้ำหนักให้เหมาะสมกับความสูง
รักษาสุขภาพกายและจิตให้ดีอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของร่างกาย สุขภาพที่ดี
จะส่งผลให้บุคลิกภาพดีด้วยเช่นกัน

บุคลิกภาพ 4 ด้าน 

1. ด้านกาย-ท่าทาง
- ความสะอาดของร่างกาย 
- การแต่งกายที่สุภาพ เรียบร้อย เหมาะสมกับตำแหน่ง วัย สถานการณ์
- การใช้ภาษาสื่อสารทั้งการพูด ท่าทางการแสดงออก พูดโต้ตอบอย่างฉานฉลาด 
- การมีกิริยา มารยาท บุคลิกภาพทีดี สง่างาม น่าเชื่อเถือ 

2. ด้านจิตใจ/อารมณ์
- มีความมั่นคงทางอารมณ์ เข้มแข็ง ทนต่อความกดดันได้ ระงับอารมณ์โกรธได้
- มีความเมตตา เอื้อเฟื้อผู้อื่น รู้จักให้อภัย และ เสียสละ ต่อผู้อื่น 
- มองโลกในด้านดี คิดบวก มีทัศนะคติที่ดีต่อผู้อื่น เคารพสิทธิผู้อื่น
- กล้าเผชิญอุปสรรค กล้าตัดสินใจ มีภาวะความเป็นผู้นำ
- รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น โน้มน้าวจูงใจให้คนทำงาน

3. ด้านสังคม
- เป็นผู้ไฝ่ศึกษาหาความรู้ ติดตามข้อมูลข่าวสาร 
- มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน ปรับตัวเข้าสังคมได้ดี
- ปฏิบัติตามมารยาทสากลได้อย่างถูกต้อง สามารถเป็นตัวอย่างคนรอบข้างได้ 

4. ด้านปัญญา
- ความรอบรู้ มองการณ์ไกล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
- มีสติ ปัญญา ปฏิภาณไหวพริบในการแก้ไขปัญหา อุปสรรค ด้วยจิตใจที่มั่นคง

ส่วนประกอบที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ

1. ร่างกาย (สรีระ อันเป็นปัจจัยต่อการแสดงอออก)
2. สมอง (การคิด วิเคราะห์ จินตนาการ ปฏิภาณไหวพริบ)
3. จิตใจ (ความรู้สึก อารมณ์ ที่สัมผัส)
4. จิตวิญญาณ (การรับรู้ การสำนึก)

คนเรามีสันดานดิบถ้าไม่มีการขัดเกลา จะใช้ชีวิตแบบสันดานดิบ
Ego ความเป็นตัวตน อยู่ที่เราจะเลือกใส่ สันดานดิบ หรือ คุณธรรม (มารยาท กาลเทศะ)

บุคลิกภาพ 2 แบบ 

1. บุคลิกภาพส่วนตัว (ถ้ามีความสุขในชีวิตส่วนตัว จะมีพลังมากในการทำงาน) 
2. บุคลิกภาพวิชาชีพ (การรู้บทบาทหน้าที่ ตำแหน่งแห่งหนของตน ตัวนี้กำกับ) 

“ต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ต้องอยู่อย่างมีความดีและสง่างาม I am what I am.”

บุคลิกภาพที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

1. มีเสน่ห์ Smart : มาแล้วดีใจ ไปแล้วคิดถึง
2. มีความสามารถจูงใจคน
3. มีความน่าเชื่อถือ มั่นใจตนเอง สง่างาม (ไม่ใช่หยิ่งจองหอง)
4. มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง
5. มีกริยาท่าทาง เสียงมีพลัง
6. มีรสนิยม ความนิยมที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ใช่บ้าสมัยนิยม แต่ไม่ดูรสนิยม 
7. มีค่านิยม สิ่งที่เรายึดถือ รูปแบบ หลักการที่เราใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิต 
8. มี Pride ความภูมิใจ สะท้อนการทำงาน การดำเนินชีวิต ความน่าเชื่อถือ 
9. มี self concept การมองตนเอง การรู้จักตัวเอง วิเคราะห์ตนเอง ถามตนเอง 
10. มี adjectives คำคุณศัพท์ มาขยายนิยามในตนเอง

การสื่อสาร หมายถึง กระบวนการส่งข่าวสาร,ข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับข่าวสาร 
(Communication) 
องค์ประกอบของการสื่อสาร ประกอบด้วย 
1. ผู้ส่งข่าวสาร 
2. สาร ข้อมูล ข่าวสาร 
3. สื่อช่องทางการสื่อสาร 
4. ผู้รับข่าวสาร 
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง
ทักษะของนักปราชญ์หรือบัณฑิตพึงมี (ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา)

สุ (โสต) การเป็นนักฟังที่ดี รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเสมอ 
จิ (จินตนาการ) มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์
ปุ (ปุจฉา) การไต่ถามให้เข้าใจ อย่าทำเป็นอวดรู้
ลิ (ลิขิต) การจด การบันทึกเรื่องที่น่าสนใจ หรือมีความสำคัญ

"ฟังอะไร ฟังให้หมด จดให้มาก ปากต้องใช้ 
ใจต้องคิด จึงจะเป็นปราชญ์(บัณฑิต)ที่แท้จริง"

ปัญหาด้านการสื่อสารในองค์ก
ไม่คุยกัน 
คิดไปเองว่าเขารู้แล้ว 
ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย 
เรื่องดีไม่พูด พูดแต่เรื่องไม่ดี 
สื่อกันด้วยเทคโนโลยี (ขาดการสบตา)

การเตรียมตัวก่อนการพูด 3 ตอน 

1. ตอน: ก่อนวันงาน
- รายละเอียดของงาน (วัน /เวลา/ สถานที่ /ชื่องาน /วัตถุประสงค์/รูปแบบงาน)
- เตรียมเนื้อหา ข้อมูลของงาน เพื่อใช้พูด
- รายนามบุคคลสำคัญ และคณะผู้เกี่ยวในงาน (เช็คข้อมูลความถูกต้อง)
- การจัดทำ Sequence และ กำหนดการ 
- การทำสคริปท์ (Script) คำพูด
- บุคลิกภาพ 4 ด้าน(กายท่าทาง/จิตใจอารมณ์/สังคม/ปัญญา)
- วางแผนจัดเตรียมการแต่งกาย และ อุปกรณ์ในการนำเสนอการพูด 

2. ตอน: ในวันงาน
- เตรียมการแต่งกาย และ อุปกรณ์ในการนำเสนอการพูด 
(ก่อนเวลาเริ่มงานอย่างเหมาะสม)
- การรักษาเวลา (ไปถึงงานก่อนเวลาเริ่มงาน เพื่อสำรวจพื้นที่ สร้างความคุ้นเคย ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือที่ต้องใช้งาน)
- ซักซ้อมคิวตามกำหนดการ ตรวจสอบรายชื่อสำคัญยืนยันอีกครั้ง
- บริหารการใช้บุคลิกภาพ 4 ด้าน(กายท่าทาง/จิตใจอารมณ์/สังคม/ปัญญา) อย่างเป็นธรรมชาติ
- มีสมาธิ (การตั้งมั่นของจิต ไม่ฟุ้งซ่าน), มีสติ (การระลึกรู้) อยู่เสมอ

3. ตอน: จบงาน 
- ประเมินผลงานจากตนเอง 
(ความรู้สึก ความพึงพอใจ ความมั่นใจ เกณฑ์การวัดระดับ)
- ประเมินผลงานจากคนอื่น 
(การส่งสายตา การตอบสนอง การพูดคุยสอบถาม การกรอกแบบสอบถาม)

การจัดทำ Sequence

1. บทนำ
1.1 การทักทาย(ท่าทาง/คำพูด ตามตำแหน่งบุคคล ฯลฯ)
1.2 แนะนำตัวเอง (ชื่อ – สกุล –ฯลฯ ) 
1.3 การเกริ่นนำ(อารัมภบท, พูดนำเข้าเรื่อง)

2. เนื้อหา
2.1 ช่วงต้น
2.2 ช่วงกลาง
2.3 ช่วงท้าย

3. บทสรุป
3.1 สรุปเนื้อหา(โยงเรื่องโดยย่อ)
3.2 คติ แง่คิดคำคม
3.3 ขอบคุณ และ กล่าวลา (คำพูด/ท่าทาง)

สร้างแรงจูงใจกับการพูด 6 ดี

1. เสียงดี 

- เสียงดังฟังชัด ชัดถ้อยชัดคำ ออกเสียงอักขระวิธี คำควบคล้ำ ถูกต้อง
- การให้น้ำหนักเสียง สูงต่ำหนักเบา ที่สอดคล้องกับเนื้อหา
- เสียงนุ่มนวลชวนฟัง ไม่ตะคอก ตะเบ็งเสียงพูด
- การหมั่นฝึกฝน ด้วยทักษะการอ่านออกเสียง ใส่ใจดูแลรักษาคุณภาพเสียงดี 
อย่างสม่ำเสมอ

2. เนื้อหาดี 

- กระชับได้ใจความ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ยาวหรือสั้นเกินไป - ใช้ภาษาเข้าใจง่าย
- อยู่ในความสนใจ เหมาะกับกลุ่มผู้ฟัง - การเชื่อมโยงเรื่องชวนติดตา

3. ลีลาดี 

- จังหวะจะโคน หรือท่วงทำนอง ความช้า เร็ว
- ท่วงท่า การเคลื่อนไหว การใส่อารมณ์ต่อเรื่องที่พู
- ลูกเล่นในคำพูด การสัมผัส สอดคล้องอักษร
- ความหนักเบา การใช้ระดับเสียงสูงต่ำ

4. เวลาดี 

- เวลาพอเหมาะกับเนื้อหา - เวลาพอเหมาะกับสถานการณ์
- พอเหมาะกับผู้ฟัง

5. ไหวพริบดี 

- ฉับไว ในความคิด - มีทักษะในการแก้ไขอุปสรรค ปัญหาสถานการณ์ต่างๆ
- มองดี อารมณ์แจ่มใส ปรับตัวได้ดี - ให้อภัยให้ไว ทุกสถานการณ์

6. 4 จ.ดี 

- พูดอย่างจริงใจ - พูดอย่างตั้งใจ
- พูดอย่างเข้าใจ - พูดอย่างสุดใจ

การสื่อสาร 3 ภาษา (อวัจนภาษา) เสริมพลังนักพูด

ภาษาตา
การอ่านความรู้สึกของผู้ฟัง ผ่านสายตา จึงเป็นการทำให้ผู้พูดรับรู้ว่าผู้ฟังสนใจฟังเราอยู่หรือไม่ เพื่อปรับการพูดและแก้สถานการณ์ ได้ทันท่วงที
ภาษากาย

การเคลื่อนไหวร่างกายมีความสำคัญต่อความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง ยก,พายมือ การแสดงออกทางสีหน้า การขยับตัว ล้วนส่งผลต่อการดึงความสนใจผู้ฟัง ให้ตื่นตัวกับผู้พูดได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทักษะการฝึกฝน อย่างเป็นธรรมชาติ 

ภาษาใจ
การพูดเพื่อสร้างแรงจูงใจ การพูดมี 3 แบบ
1. พูดเพื่อบอกเล่าเรื่องราว/ความรู้
2. พูดเพื่อความบันเทิง
3. พูดเพื่อสร้างแรงจูงใจ

การดูแลรักษาคุณภาพเสียง 

- ดื่มน้ำให้มากขึ้นกล่องเสียงต้องการความชื้นเพื่อการหล่อลื่น ทำให้มีการสั่นได้ดี 
จึงควรจิบน้ำทุก ๆ 15 นาที(พยายามหลีกเลี่ยงน้ำเย็นและร้อนจัด เพราะทำให้เส้นเสียงระคายเคือง)
- หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด, ร้อนหรือเย็นจัด, อาหารมันมาก
- พูดคุยอย่างสม่ำเสมอ เสริมทักษะ และช่วยชะลอความชราได้
- ร้องเพลงเวลาอาบน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาน้ำเสียง ช่วยให้กล่องเสียงแข็งแรง มีการหล่อลื่นที่กล่องเสียงเปรียบเหมือนการเล่นยิมนาสติกของเสียง
- หลีกเลี่ยงการตะโกน เพราะการตะโกนอาจทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ 
- รักษาสุขภาพฟัน ให้อยู่กับเรานานที่สุด
- จัดท่าทางให้ดีเพราะสรีระที่ดี ส่งผลต่อการเปล่งเสียงที่ดีมีพลัง
- บุหรี่ทำให้กล่องเสียงแห้ง นิโคตินยังทำให้ภาวะกรดไหลย้อน ควันบุหรี่ยังไปรมเส้นเสียง ทำให้เสียงแหบ/แอลกอฮอล์ยังทำให้เยื่อบุลำคอเกิดการอักเสบได้ด้วย
- พักเสียงบ้าง และไม่ควรใช้เสียงขณะเส้นเสียงอ่อนแอ

เทคนิคการใช้ไมโครโฟน

1 ไปก่อนเวลาเริ่มงาน เพื่อตรวจสอบระดับเสียงที่เหมาะกับผู้ฟัง คุณภาพเสียงไมค์
2 ตรวจสอบการเปิดสวิชท์ไมค์ก่อนพูด
3 ท่าทาง การจับไมค์ การวางมือ ระยะห่างไมค์ ที่สง่างาม ตอนไหว้ พูด พักการพูด
4 ควรเรียนรู้ การปรับขาตั้งไมค์ เมื่อต้องใช้
5 การทดสอบเสียงไมค์ เมื่อต้องพูดขณะงานเริ่มแล้ว ควรทำอย่างไร?
6 ขณะพูด ไมค์ไม่ควรอยู่ตรงกับลำโพง จะเกิดอาการเสียงหอน

• ผู้ประกาศข่าว และพิธีกร ทาง สถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 เขต 1 ปี 2531-2538
• ผู้ผลิตรายการและนักจัดรายการวิทยุ ทางสถานีวิทยุหลักทั้งในจังหวัดขอนแก่นและทั่วประเทศ 
ในระบบ F.M. และ ระบบ A.M. ปี 2531-ปัจจุบัน
• นักพากษ์ละครวิทยุทั้งในจังหวัดขอนแก่นและทั่วประเทศ ปี 2532-2547
• ผู้บรรยายและพากษ์ โครงการซีดีแจกธรรมทาน “มะลิดาหาเรื่องเล่า” อัลบั้ม 1,2,3,4 / “ธรรมพเนจร” และอื่นๆ
• ปี 2547 ผู้ก่อตั้ง และ บริหารสถานีวิทยุ T-Smile Radio F.M. 106 MHz - ปัจจุบัน
• ผู้วางแผนและบริหารงานด้านสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ทุกชนิด
• ที่ปรึกษาและวางแผนงานอีเว้นท์ , งานด้านการประชาสัมพันธ์ แก่ ผู้ประกอบการ, บริษัทต่างๆ
• ผู้อำนวยการ สถาบันวาทศิลป์ จังหวัดขอนแก่น ปี 2553-ปัจจุบัน
• ผู้จัดประกวดโต้วาที ปี 2551 , จัดการอบรมต่างๆ และวิทยากรบรรยายแก่สถาบัน,องค์กร โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักจัดรายการวิทยุอย่างมืออาชีพ” และ “เทคนิคการพูดสร้างแรงจูงใจ” 
“บุคลิกภาพที่ดี..สู่ภาวะผู้นำ ด้วยการสื่อสารอย่างมืออาชีพ” เป็นต้น
• พิธีกรงานพิธีต่างๆ อาทิ งานฉลองต่างๆ, งานประมูล,สัมมนา, งานฉลองมงคลสมรสไทย-จีน ฯลฯ 
• พิธีกร หน้าพระที่นั่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในการแสดงอุปรากรจีน ปี 2555
ตำแหน่งทางธุรกิจ 

ผู้อำนวยการ สถาบันวาทศิลป์ จังหวัดขอนแก่น
พิธีกร / วิทยากร / นักจัดรายการวิทยุ / ที่ปรึกษาและวางแผนงานด้านการประชาสัมพันธ์
เจ้าของและผู้บริหาร สถานีวิทยุ T-Smile Radio F.M. 106 MHz.
ตำแหน่งทางสังคม :

กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น
กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมกีฬาเชิดสิงโตมังกร ลูกเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น
กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ชมรมผู้บริจาคโลหิตจังหวัดขอนแก่น
กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิขอนแก่นสามัคคีอุทิศ (โป๊ยเซียน)
โฆษกสมาคมกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (สก.วท)
พิธีกรงานต่างๆ ในกิจกรรมสาธารณะกุศลไทย-จีน 
วิทยากรบรรยาย ด้านการพูด การประชาสัมพันธ์ บุคลิกภาพ แก่สถาบันการศึกษา,องค์กรภาครัฐและเอกชน
กรรมการการประกวดแข่งขันด้านการแสดงและศิลปะการพูด

ประสบการณ์การบรรยายสอนในสถาบันและหน่วยงาน โครงการต่างๆ ของ อ.มะลิดา 

1 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (แก่นักศึกษาปี 6 ก่อนจบ)
2 สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (แก่นักศึกษาและผู้นำชุมชน ผู้นำต่างๆ)
3 วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยบริหารธุรกิจขอนแก่น (แก่นักศึกษาปี 4 ก่อนจบ)
4 หลักสูตร “ผู้ประกาศในกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์” จัดโดย
สำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) 
ร่วมกับ สมาคมกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (สก.วท.) ในระดับต้น และ ระดับกลาง
5 วิทยาลัยอาชีวะศึกษาขอนแก่น
6 มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จ.ขอนแก่น
7 โรงเรียนกัลยาณวัตร ขอนแก่น
8 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น
9 บริษัท โรงงานน้ำตาลมิตรผล จ.ขอนแก่น
10 ศูนย์อนามัยที่ 6 จ.ขอนแก่น
11 โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
12 เทศบาลนครขอนแก่น โครงการ “พิธีกรมืออาชีพ” และ 
โครงการ “พัฒนาบุคลิกภาพและการรพูดในชุมชนแก่ผู้นำชุมชน” ฯลฯ
13 เทศบาลเมืองศิลา จ.ขอนแก่น ในหลักสูตร “การพัฒนาการพูดและบุคลิกภาพ”
14 มณฑลทหารบกที่ ๒๓ ค่ายศรีพัชรินทร์ ในโครงการ “นักข่าวนักประชาสัมพันธ์รุ่นจิ๋ว”
15 โรงพยาบาลขอนแก่น
16 และองค์กรเอกชนอื่นๆ เป็นต้น 

ประวัติด้านการศึกษา

จบการศึกษาระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านหมากแข้ง จ.อุดรธานี
จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประวัติด้านการอบรมความรู้ และ ทดสอบวิชาชีพ